เมื่อประมาณซักสี่ห้าเดือนก่อน ผมได้รับของขวัญเล็กๆน้อยๆมาจากญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ละแวกอำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นตะเกียงเจ้าพายุที่ตะกรันสนิมเขรอะเกาะกรังอยู่จนหนา, เขียวและกระดำกระด่างอย่างไม่น่าหยิบจับ ด้วยเจ้าของเกรงว่ามือจะเลอะ หรือรวมถึงการถูกขีดข่วนซึ่งทำให้เป็นบาดทะยักได้
อายุอานามของตะเกียงดวงนี้จากที่ผมได้สอบถาม ก็นับล่วงเลยมาเกินอายุของผมซึ่งเฉียดๆหลักสี่อยู่แค่รำไร นั่นหมายถึงการผ่านการถูกใช้งานมา เมื่อครั้งที่บ้านเรือนละแวกนั้นยังไม่มีไฟฟ้าใช้ และหลายบ้านยังคงพึ่งพาอาศัยแสงสว่างของตะเกียงประเภทต่างๆ ทั้งตะเกียงลาน, อาละดิน และเจ้าพายุ ตามแต่ฐานะทางเศรษฐกิจของแต่ละบ้านจะเอื้ออำนวย ในวันที่ต้องควักเงินในกระเป๋าจ่ายค่าตะเกียงเจ้าพายุ ในราคาเท่าๆกัน กับราคาทองคำหนัก 1 บาท
ยืดเส้นยืดสาย ส่องสว่างอีกครั้ง หลังพักงานมานานหลายสิบปี
บ้านแต่ละบ้าน สว่างไม่เท่ากัน บ้านไหนสว่างด้วยเจ้าพายุ มันหมายถึงการมีฐานะทางการเงินที่ค่อนข้างมั่นคง และยังอาจถูกจัดเป็นประเภทมั่นคงมากน้อย ตามสัญชาติของตะเกียง บางบ้านสว่างหรูหราด้วย อี๊ดด้า (รุ่น 1214/1215 หรือ 214) ตรากวาง อย่างดีจากเยอรมัน บางบ้านสว่างด้วยตะเกียงอเมริกันอย่าง โคลแมน (รุ่น 237) และหลายๆบ้านเลือกที่จะสว่างสบายๆ กับตะเกียงสัญชาติจีนหลายยี่ห้อ ที่มีให้เลือกทั้งแบบที่เป็นเหล็กชุบโครเมี่ยม และแบบทองเหลืองชุบนิเกิ้ล
ตะเกียงดวงที่ผมได้มาเป็นตะเกียงเจ้าพายุยี่ห้อ Tingkwon อ่านว่า “ติงกวอน” เป็นตะเกียงจีนขนาด 350 แรงเทียน ที่หลายบ้านนิยมซื้อหามาใช้ ด้วยราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนัก และใช้งานได้ดีไม่แพ้ตะเกียงจากละแวกยุโรปหรืออเมริกา ตะเกียงดวงนี้รับใช้คนในครอบครัวจนถึงวันที่ไฟฟ้า ได้นำพลังงานส่งผ่านมาให้หลอดแก้วกลมๆเล็กๆ [...]








