Lantern Lovers..
คู่มือเล่นไฟ… บันทึกคนสะสมตะเกียง

มี.ค.
15

ขอย้ายบ้านนะครับ!!!
ไปที่ www.thitipan.com ครับ

Please move to new site:
www.thitipan.com

พ.ค.
04

  • Petromax 827A/200 cp.

ตะเกียง 200 แรงเทียน หรือที่เราเห็นตัวหนังสือข้างหม้อตะเกียงว่า 200 cp. (cp=Candle Power) จัดเป็นตะเกียงที่มีขนาดกระทัดรัด แต่ให้แสงสว่างอย่างพอดิบพอดี ไม่สว่างแรงจ้าอย่างพวกตะเกียง 500 แรงเทียน ซึ่งน่าจะถูกใช้ในโอกาสที่แตกต่างกันออกไป ตะเกียงขนาดเล็กนี้จึงเหมาะกับการเป็นตะเกียงที่จุดในบ้าน หรือแม้แต่นำไปจุดใช้งานในวันออกแค๊มปิ้งได้อย่างสบายๆ เพราะในป่ายามค่ำคืนนั้นมืดสนิท จนต้องอาศัยแสงจันทร์ที่ส่องผ่านลงมา ดังนั้นแค่แสงสว่างนิดหน่อยก็เพีบงพอแล้ว ต่อการใช้ชีวิตนอกบ้านยามค่ำคืนหน้าผืนเต๊นท์ผ้าใบ

 

 

ผมได้ตะเกียงควงนี้มาจากตลาดนัดแห่งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ด้วยสนนราคาเพียงแค่พันต้นๆ ขาดเพียงนมหนู และแป้นบิดชุดพ่นไฟ ซึ่งหายากเหลือเกิน เพราะชุดพ่นไฟแบบนี้มักพบได้ในตะเกียงเยอรมันรุ่นเก่าๆอย่างเช่น Aida 103 , Petromax รุ่นเก่า (โลโก้บนถังตีตรา GE) ที่ผลิตช่วงราวๆ 1936 – 40 ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ชุดพ่นไฟแบบก้านนกสับ

  • แป้นบิดหัวพ่นไฟรุ่นเก่า Anderson Type

 

 

ในยุคแรกๆ (ช่วงประมาณ 1936 เป็นต้นมา) Petromax ทำตะเกียงเจ้าพายุรุ่นที่เป็น Mass Product ออกวางขายอยู่ไม่กี่รุ่นนั่นคือ Model 821/200 cp. , 826/300 cp. และ 523/500 cp. สำหรับตะเกียงแบบใช้ถ้วยแอลกอฮอลล์อุ่นหลักน้ำมัน ส่วนรุ่นที่มีหัวพ่นไฟก็จะเป็น Model 827/200 cp. , 828/300 cp. และ 829/500 cp. ก่อนที่ช่วงหลังจะปรับให้สว่างขึ้นเป็น 250 / 350 และ 500 cp ตามลำดับในยุคถัดมา

 

  • ป้ายเพลทบอกรุ่น 827A ไม่ทราบความเป็นมาจริงๆ???

Petromax Model 827A ดวงนี้ เป็นตะเกียงที่ผลิตในช่วงปลายๆทศวรรษที่ 30 ความสว่างบอกไว้ข้างถังว่า 200 แรงเทียน ชุดพ่นไฟเป็นแบบรุ่นเก่าที่มีชื่อเรียกว่า Anderson Type * (ข้อมูลโดยคุณ Col_Sun แห่ง Siamtakeang.COM) ยังคงให้แสงสว่างเต็มแรงเทียนและไม่ค่อยมีปัญหาในการใช้งาน อาจเป็นด้วยไม่มีรอยรั่วร้าว และด้วยชุดพ่นไฟชนิดนี้เองจึงไม่ค่อยมีลมรั่วจากหัวพ่นเหมือนอย่างชุดพ่นไฟยุคหลังๆ ที่ต้องหมั่นดูเม็ดยางปะเก็นที่ปากนกสับ ที่ทำหน้าที่ปิดท่อพ่นไฟ ซึ่งถ้ามีลมรั่วก็อาจทำให้อากาศถูกผสมกับไอน้ำมันอย่างไม่เข้าที่เข้าทาง ทำให้แสงตะเกียงวูบวาบๆได้

ยังไงๆตะเกียงเจ้าพายุแบบเยอรมัน (และแบบของสวีเดน , ออสเตรีย – แต่หายากเหลือเกิน – -” ) ก็ยังทำให้ผมหลงไหลได้มากกว่าตะเกียงในสายพันธุ์อังกฤษ หรืออเมริกันอยู่ดี อาจด้วยการออกแบบเรียบๆ ทื่อๆ พื้นๆ และการดูแลหรือบูรณะทำได้ไม่ยากนัก และไม่แพงนักที่จะหามาทำความรู้จักสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มสะสม

  • ถ่ายรูปคู่กับรุ่นพี่อย่าง Petromax 826 รุ่นเก่า
 

>>แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ที่นี่>>…

เม.ย.
16

Petromax 834 แสงฟ้าแลบ

ในที่สุด ผมก็มีตะเกียงแสงจันทร์เป็นของตัวเอง ถึงจะไม่ได้อยู่ในสภาพสวยคม สมบูรณ์แบบเหมือนอย่างที่ได้เห็นหลายๆลูกของพี่ๆน้องๆนักสะสมในบ้านเรา แต่ “แสงฟ้าแลบ” ดวงนี้ก็ให้แสงสว่างครบสองร้อยแรง และกลับมาทำหน้าที่ส่องสว่างได้อีกครั้งอย่างสมเกียรติ

ผมได้ตะเกียงลูกนี้มาจากเพื่อนบ้านเมื่อหลายเดือนก่อนในสภาพผุๆพังๆ ซึ่งถูกปฏิเสธที่จะเอาไปบูรณะต่อ ก่อนจะส่งมอบมาให้ผม ด้วยเห็นว่ามันอาจมีคุณค่ากับผมมากกว่าการเป็นเศษโลหะผุๆในห้องเก็บของ ตะเกียงลูกนี้เดินทางไกลมาจากตำบลแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ก่อนจะส่งถึงมือผมในสภาพก้อนเหล็กสีดำ สนิมเขรอะห้อยแขวนอยู่ที่ประตูหน้าบ้านในเช้าวันหนึ่ง ผมตื่นเต้นพอสมควร ที่รู้ว่ามันคือ ตะเกียงแสงจันทร์ ขนาด 250 แรงเทียน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ผมไม่มีความรู้กับตะเกียงชนิดนี้เอาเสียเลย ไม่รู้จักชิ้นส่วน แกะไม่ถูก ซ่อมไม่เป็น และมืดแปดด้าน

คุณมดเอ็กซ์ นักสะสมตะเกียงมากประสบการณ์จากนครนายก เป็นผู้รับอาสาบูรณะตะเกียงแสงจันทร์ลูกนี้ให้ พร้อมจัดหาอะไหล่บางตัวที่ยังขาด หรือผุพังไปตามวันเวลา ก่อนจะส่งมอบคืนให้ผมในสภาพที่ถูกทำความสะอาด พร้อมทำสีมาอย่างดี ก่อนที่จะทดลองจุดให้ดูเพื่อตรวจเช็คสภาพกัน และทันทีที่ผมได้เห็นแสงของมัน ก็ทำให้ผมเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่า ทำไมนักสะสมหลายท่านจึงต้องการจะครอบครองตะเกียงประเภทนี้ไว้ในคอลเล็คชั่นกันนักหนา

ตะเกียงแสงจันทร์ดวงนี้ มีชื่อเรียกตามตัวหนังสือบนแฉ่งกระจายแสงว่า “ตะเกียงแสงฟ้าแลบ” ผลิตที่ประเทศ Germany ราวๆช่วงทศวรรษที่ 30-40’s ภายใต้ยี่ห้อ Petromax model. 834 ขนาด 250cp ถังน้ำมันเป็นเหล็ก เคลือบด้วยอีนาเมลสีดำ เป็นตะเกียงอัดลมประเภทที่อาศัยแรงดันน้ำมันจากถัง พ่นลงมายังห้องเผาไหม้ด้านล่าง ซึ่งต่างจากตะเกียงเจ้าพายุที่พ่นจากถังน้ำมันด้านล่างผ่านท่อส่ง ขึ้นไปยังห้องเผาไหม้บนหัว ตะเกียงประเภทนี้ฝรั่งเรียกว่า Hanging Lamp เพราะต้องใช้แขวนห้อยลงมาจากเพดานหรือจากที่สูงเพื่อให้แสงสว่างนั่นเอง

ผมคงหลงรักตะเกียงประเภทนี้ไปอีกนาน หลังจากที่เคยปฏิเสธอย่างคนไม่เข้าใจคุณค่าของมัน เพียงเพราะว่า เป็นตะเกียงเหล็ก หนัก ผุขึ้นสนิมง่าย ซ่อมยาก และหาอะไหล่ยากเย็นแสนเข็ญ แถมราคาก็เอาเรื่องเลยทีเดียว แต่เมื่อได้มีโอกาสครอบครอง และทำความรู้จักอย่างจริงจังมากขึ้น ผมปฏิเสธตะเกียงแสงจันทร์ไม่ได้อีกต่อไปแล้วล่ะครับ🙂

>>แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ที่นี่>>…